Graphic design trends 2019

เรามาอัปเดตใหม่ของกราฟิกดีไซน์แห่งปี 2019 กันครับเพื่อนๆทุกคน

Graphic design trends 2019

1.3D design and typography

งานออกแบบสามมิติ หรือ 3D จะได้รับความนิยมอย่างมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาส่วนที่ดีที่สุดของงาน 3D นั่นคือความไม่จำกัดขอบเขตรูปแบบของงานที่จะมาทำ ไม่ว่าจะเป็น bold, skinny, sans-serif, script, หรือฟอนต์ต่างๆ สามารถนำมาทำเป็นรูปแบบ 3D ได้ทั้งสิ้น รวมถึงการดีไซน์ typography แบบตัวอักษรต่างๆในรูปแบบสามมิติก็สามารถทำให้ผลงานของเราดูโดดเด่นและน่าจับตามองมากยิ่งขึ้น

ทำความรู้จัก HTML5 CSS3 มีอะไรใหม่บ้าง

HTML คืออะไร

HTML ย่อมาจากคำว่า Hypertext Markup Language

HTML คือ ภาษาหลักที่ใช้ในการเขียนเว็บเพจ โดยใช้ Tag ในการกำหนดการแสดงผล HTML ย่อมาจากคำว่า Hypertext Markup Language โดย Hypertext หมายถึงข้อความที่เชื่อมต่อกันผ่านลิงค์(Hyperlink) Markup language หมายถึงภาษาที่ใช้ Tag ในการกำหนดการแสดงผลสิ่งต่างๆที่แสดงอยู่บนเว็บเพจ ดังนั้น HTML จึงหมายถึง ภาษาที่ใช้ Tag ในการกำหนดการแสดงผลเว็บเพจที่ต่างก็เชื่อมถึงกันใน Hyperspace ผ่าน Hyperlink นั่นเองปัจจุบันมีการพัฒนาและกำหนดมาตรฐานโดยองค์กร World Wide Web Consortium (W3C)

ภาษา HTML ได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ HTML Level 1, HTML 2.0, HTML 3.0, HTML 3.2 และ HTML 4.0 ในปัจจุบัน ทาง W3C ได้ผลักดัน รูปแบบของ HTML แบบใหม่ ที่เรียกว่า XHTML ซึ่งเป็นลักษณะของโครงสร้าง XML แบบหนึ่ง ที่มีหลักเกณฑ์ในการกำหนดโครงสร้างของโปรแกรมที่มีรูปแบบที่มาตรฐานกว่า มาทดแทนใช้ HTML รุ่น 4.01 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

การสร้างเว็บเพจ โดยใช้ภาษา HTML สามารถทำโดยใช้โปรแกรม Text Editor ต่างๆ เช่น Notepad, EditPlus, Sublime Text, Visual Studio Code หรือจะอาศัยโปรแกรมที่เป็นเครื่องมือช่วยสร้างเว็บเพจ เช่น Microsoft FrontPage, Dream Weaver ซึ่งอํานวยความสะดวกในการสร้างหน้า HTML ในลักษณะ WYSIWYG (What You See Is What You Get)

แต่มีข้อเสียคือ โปรแกรมเหล่านี้มัก generate code ที่เกินความจำเป็นมากเกินไป ทําให้ไฟล์ HTML มีขนาดใหญ่ และแสดงผลช้า ดังนั้นหากเรามีความเข้าใจภาษา HTML จะเป็นประโยชน์ให้เราสามารถแก้ไข code ของเว็บเพจได้ตามความต้องการ และยังสามารถนำ script มาแทรก ตัดต่อ สร้างลูกเล่นสีสันให้กับเว็บเพจของเราได้

การเรียกใช้งานหรือทดสอบการทำงานของเอกสาร HTML จะใช้โปรแกรม Internet Web Browser เช่น Internet Explorer (IE), Mozilla Firefox, Safari, Opera, และ Google Chrome เป็นต้น

HTML5 แตกต่างจาก HTML เวอร์ชั่นเก่าอย่างไร

HTML5 จริงๆ แล้วมันก็คือ HTML ปรกติที่เราใช้งานกันนั่นแหละครับเห็นชื่อมันมาใหม่ๆ ไม่ต้องไปกลัวมัน แต่มันเป็นภาษาที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่โดยจะมี Tag ใหม่ๆ เพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น HTML5 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นภาษามาร์กอัปสำหรับ WWW รุ่นต่อไปของ HTML ถูกพัฒนาขึ้นในปี 2004 โดยกลุ่ม WHATWG(The Web Hypertext Application Technology Working Group) โดยเรียกชื่อว่า Web applications 1.0 โดยดราฟต์แรกได้ปรากฏออกมาเมื่อ 22 มกราคม พ.ศ. 2551  แน่นอนว่านอกจากจะมีอะไรใหม่ ๆ ใน HTML5 แล้ว ก็มีสิ่งที่เปลี่ยนการเขียนแบบเดิมๆ ในเวอร์ชั่นเก่าด้วย ซึ่งสิ่งหลักๆ ที่เปลี่ยนก็คือ

Doctype เขียนง่ายขึ้น

ปกติตอนเขียน HTML เวอร์ชั่นเก่าต้องขึ้น<!DOCTYPE แล้วก็ตามด้วยรายละเอียดยาว ๆ แต่พอเป็นHTML5 แล้ว จะเขียนแบบไม่มีกำหนดเวอร์ชั่น เพื่อให้นำไปใช้ได้กับเวอร์ชั่นอื่น ๆ ในอนาคต โดยเขียนแค่สั้น ๆ แบบนี้

<!DOCTYPE html>

การกำหนดภาษาทำได้ง่ายขึ้น

เมื่อก่อนจะต้องเขียน xmln หรือ xml:langในแท็ก <html> เพื่อกำหนดภาษาของหน้า แต่สำหรับ HTML5 จะเหลือแค่นี้

<html lang=”en”>

การกำหนดชุดตัวอักษรทำได้ง่ายขึ้น

เมื่อก่อนจะต้องเขียนแท็กmeta ยาว ๆ เพื่อกำหนด Character Set เป็น UTF-8 แต่ตอนนี้เราสามารถกำหนดโดยเขียนแค่นี้

<meta charset=”utf-8″ />

ไม่ต้องมี “/” สำหรับแท็กเดี่ยวแล้ว

แท็กเดี่ยว หมายถึงแท็กที่ไม่มีแท็กปิด เช่น <img><input><br> ซึ่งจะต่างกับแท็กที่เป็นแท็กเปิดปิดอย่าง <div></div><strong></strong>
โดยถ้าเป็นเมื่อก่อน แท็กเดี่ยวจะบังคับให้มี “/” ปิดท้าย เช่น<img />หรือ<br />แต่ใน HTML5 นี้แท็กเดี่ยวไม่จำเป็นต้องมี “/” ปิดท้ายแล้ว

แท็กบางส่วนจะไม่รองรับใน HTML5 แล้ว

แท็กเก่า ๆ บางส่วนจะถูกตัดทิ้งไป โดยมีดังนี้ (บางแท็กเรายังไม่เคยใช้กันเลยครับ และบางแท็กสามารถใช้ CSS แทนได้):
<acronym><applet><basefont><big><center><dir><frame><frameset><noframes><s><strike><tt><u> และ <xmp>

CSS คืออะไร

CSS ย่อมาจาก Cascading Style Sheet มักเรียกโดยย่อว่า “สไตล์ชีท” คือภาษาที่ใช้เป็นส่วนของการจัดรูปแบบการแสดงผลเอกสาร HTML โดยที่ CSS กำหนดกฎเกณฑ์ในการระบุรูปแบบ (หรือ “Style”) ของเนื้อหาในเอกสาร อันได้แก่ สีของข้อความ สีพื้นหลัง ประเภทตัวอักษร และการจัดวางข้อความ ซึ่งการกำหนดรูปแบบ หรือ Style นี้ใช้หลักการของการแยกเนื้อหาเอกสาร HTML ออกจากคำสั่งที่ใช้ในการจัดรูปแบบการแสดงผล กำหนดให้รูปแบบของการแสดงผลเอกสาร ไม่ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของเอกสาร เพื่อให้ง่ายต่อการจัดรูปแบบการแสดงผลลัพธ์ของเอกสาร HTML โดยเฉพาะในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาเอกสารบ่อยครั้ง หรือต้องการควบคุมให้รูปแบบการแสดงผลเอกสาร HTML มีลักษณะของความสม่ำเสมอทั่วกันทุกหน้าเอกสารภายในเว็บไซต์เดียวกัน โดยกฎเกณฑ์ในการกำหนดรูปแบบ (Style) เอกสาร HTML ถูกเพิ่มเข้ามาครั้งแรกใน HTML 4.0 เมื่อปีพ.ศ. 2539 ในรูปแบบของ CSS level 1 Recommendations ที่กำหนดโดย องค์กร World Wide Web Consortium หรือ W3C

ประโยชน์ของ CSS

1.CSS มีคุณสมบัติมากกว่า tag ของ html เช่น การกำหนดกรอบให้ข้อความ รวมทั้งสี รูปแบบของข้อความที่กล่าวมาแล้ว

2.CSS นั้นกำหนดที่ต้นของไฟล์ html หรือตำแหน่งอื่น ๆ ก็ได้ และสามารถมีผล กับเอกสารทั้งหมด หมายถึงกำหนด ครั้งเดียวจุดเดียวก็มีผลกับการแสดงผลทั้งหมด ทำให้เวลาแก้ไขหรือปรับปรุงทำได้สะดวก ไม่ต้องไล่ตามแก้ tag ต่างๆ ทั่วทั้งเอกสาร

3.CSS สามารถกำหนดแยกไว้ต่างหากจาก ไฟล์เอกสาร html และสามารถนำมาใช้ร่วม กับเอกสารหลายไฟล์ได้ การแก้ไขก็แก้เพียง จุดเดียวก็มีผลกับเอกสารทั้งหมด

CSS กับ HTML / XHTML นั้นทำหน้าที่คนละอย่างกัน โดย HTML / XHTML จะทำหน้าที่ในการวางโครงร่างเอกสารอย่างเป็นรูปแบบ ถูกต้อง เข้าใจง่าย ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงผล ส่วน CSS จะทำหน้าที่ในการตกแต่งเอกสารให้สวยงาม เรียกได้ว่า HTML /XHTML คือส่วน coding ส่วน CSS คือส่วน design

ใน CSS3 นั้น ระบบการทำงานแต่ละอย่างจะถูกแยกออกมาเป็น Module เดี่ยวๆ ของใครของมัน รวมไปถึง Selectors ของ CSS3 เองด้วย ใน CSS2 Selectors นั้น W3C ได้รวมเอา Selectors เป็นองค์ประกอบหลักของการเขียน CSS ใน ทุกๆ Models (CSS2 เรียก Model ส่วน CSS3 เรียก Module) CSS3 นั้นแยกเนื้อหาออกเป็น Modules ซึ่งในแต่ละ Module นั้นจะมี CSS Properties และ Values เพื่อใช้ในการควบคุมการแสดงผล ของ HTML โดยสื่อสารผ่าน Selectors ซึ่งใน CSS3 ทาง W3C ได้ยกเรื่องของ Selectors ออกมาเป็น CSS Selectors Module Level 3 ซึ่งถือเป็น Module แรกสุดของ CSS3 ที่ประกาศเป็นสถานะ PR (Proposed Recommendation) แต่ในขณะเดียวกัน CSS2.1 ยังอยู่ในสถานะ CR (Candidate Recommendation) อยู่เลย

CSS3 มี Feature ใหม่เพิ่มขึ้นมา ดังนี้

  • Border Radius
  • Border Images
  • Box Shadow
  • Multi-Column Layout
  • Font-face
  • Attribute Selectors
  • Opacity and RGBA

พื้นฐานเราควรแยกให้ออกว่า อะไรคือ CSS และ อะไรคือ HTML เอามาใช้ร่วมกันยังไง

ผู้ที่เพิ่งเริ่มศึกษาการเขียน CSS โดยส่วนมากแล้วมักจะสับสนว่าสองภาษานี้มันต่างกันตรงไหน ยิ่งทุกวันนี้คำว่า CSS ติดปากเป็นคำเรียกขานรวมเหมาทั้งคนเขียน HTML เข้าไปด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่
HTML คือ ภาษาโครงสร้าง ไม่มี HTML เราก็ไม่รู้จะเขียน CSS ไปจัดการกับอะไร นอกจากจะไปเขียนจัดการกับ XML หรือภาษาอื่นๆ ที่อนุญาตให้ CSS จัดการได้ แต่ในที่นี้เราพูดถึง HTML
CSS คือภาษาที่เอาไว้ทำให้ HTML แสดงผลให้สวยงามตามท้องเรื่องในอุปกรณ์ต่างๆ (User Agents)เพราะฉะนั้น ทั้งสองภาษาจึงควบคู่กันไป

HTML5 คืออะไร?

HTML5 คือ ภาษามาร์กอัป ที่ใช้สำหรับเขียน website  ซึ่ง HTML5 นี้เป็นภาษาที่ถูกพัฒนาต่อมาจากภาษา HTML และพัฒนาขึ้นมาโดย WHATWG (The Web Hypertext Application Technology Working Group) โดยได้มีการปรับเพิ่ม Feature หลายๆอย่างเข้ามาเพื่อให้ผู้พัฒนาสามารถใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

HTML5 คืออะไร?

ข้อดีของ HTML5

  1. เว็บไซต์ที่สร้างจากภาษา HTML5 สามารถแสดงผลได้กับทุก web browser
  2. HTML5 จะช่วยลดการใช้พวกปลั๊กอินพิเศษอย่างพวก Adobe Flash, Microsoft Silverlight, Apache Pivot สนับสนุน วิดีโอ และ องค์ประกอบเสียง รวมทั้ง สื่อมัลติมีเดียต่างๆมากขึ้น โดยไม่ต้องใช้ Flash
  3. มีการจัดการข้อผิดพลาดที่ดีขึ้น
  4. สคริปต์ใหม่ ที่จะมาแทนที่สคริปต์เดิม (เขียนโค้ดสั้นลง)
  5. HTML5 มีความเป็นอิสระสูง (คล้ายๆ XML )
  6. HTML5 ทำงานควบคู่กับ CSS3 ได้ดี ช่วยให้สามารถเพิ่มลูกเล่นต่างๆบนเว็บไซต์ได้สวยงามมากยิ่งขึ้น (CSS คือส่วนแสดงผล ที่นักออกแบบสามารถกำหนดสีสัน ตำแหน่ง ลักษณะเวลานำเมาส์ไปแหย่แล้วมีกระต่ายโผล่ออกมาจากโพรง หรือจับก้อนวัตถุในหน้าเว็บฯ ให้ชิดซ้ายชิดขวา ส่วน CSS3 คือเวอร์ชั่นที่ 3 ของ CSS )

New Features HTML5

  1. Semantic Markup : การเพิ่ม Element ที่ อ่านง่ายมากขึ้น และช่วยให้ เราทำ SEO ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  2. Form Enhancements : เพิ่มความสามารถของ Form ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Input type, Attribute หรือ แม้แต่ Element
  3. Audio / Video: รองรับการอ่านไฟล์เสียง และ วีดีโอ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Embed Code ของ Third Party
  4. Canvas : ใช้ในการวาดรูป โดยจำเป็นต้องใช้ Javascriptช่วย
  5. ContentEditable : สามารถแก้ไข Content ได้โดยตรงผ่านทางหน้าเว็บ
  6. Drag and Drop : ลากวางObject ได้ เพื่อเพิ่มการ ตอบสนองระหว่างระบบกับผู้ใช้
  7. Persistent Data Storage : มีการจัดการที่ดีขึ้น โดยเก็บข้อมูลลงบนเครื่องของผู้ใช้

CSS คืออะไร ซีเอสเอส คืออะไร

CSS คืออะไร ซีเอสเอส คืออะไร ภาษาที่ใช้ในการจัดรูปแบบเอกสาร HTML ให้มีความสวยงาม

CSS ย่อมาจาก Cascading Style Sheet มักเรียกโดยย่อว่า “สไตล์ชีต”

CSS คืออะไร

CSS ย่อมาจาก Cascading Style Sheet มักเรียกโดยย่อว่า “สไตล์ชีต” คือภาษาที่ใช้เป็นส่วนของการจัดรูปแบบการแสดงผลเอกสาร โดยที่ CSS กำหนดกฏเกณฑ์ในการระบุรูปแบบ (หรือ “Style”) ของเนื้อหาในเอกสาร อันได้แก่ สีของข้อความ สีพื้นหลัง ประเภทตัวอักษร และการจัดวางข้อความ ซึ่งการกำหนดรูปแบบ หรือ Style นี้ใช้หลักการของการแยกเนื้อหาเอกสาร HTML ออกจากคำสั่งที่ใช้ในการจัดรูปแบบการแสดงผล กำหนดให้รูปแบบของการแสดงผลเอกสาร ไม่ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของเอกสาร เพื่อให้ง่ายต่อการจัดรูปแบบการแสดงผลลัพธ์ของเอกสาร HTML โดยเฉพาะในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาเอกสารบ่อยครั้ง หรือต้องการควบคุมให้รูปแบบการแสดงผลเอกสาร HTML มีลักษณะของความสม่ำเสมอทั่วกันทุกหน้าเอกสารภายในเว็บไซต์เดียวกัน โดยกฏเกณฑ์ในการกำหนดรูปแบบ (Style) เอกสาร HTML ถูกเพิ่มเข้ามาครั้งแรกใน HTML 4.0 เมื่อปีพ.ศ. 2539 ในรูปแบบของ CSS level 1 Recommendations ที่กำหนดโดย องค์กร World Wide Web Consortium หรือ W3C

ประโยชน์ของ CSS

1.CSS มีคุณสมบัติมากกว่า tag ของ html เช่น การกำหนดกรอบให้ข้อความ รวมทั้งสี รูปแบบของข้อความที่กล่าวมาแล้ว

2.CSS นั้นกำหนดที่ต้นของไฟล์ html หรือตำแหน่งอื่น ๆ ก็ได้ และสามารถมีผล กับเอกสารทั้งหมด หมายถึงกำหนด ครั้งเดียวจุดเดียวก็มีผลกับการแสดงผลทั้งหมด ทำให้เวลาแก้ไขหรือปรับปรุงทำได้สะดวก ไม่ต้องไล่ตามแก้ tag ต่างๆ ทั่วทั้งเอกสาร

3.CSS สามารถกำหนดแยกไว้ต่างหากจาก ไฟล์เอกสาร html และสามารถนำมาใช้ร่วม กับเอกสารหลายไฟล์ได้ การแก้ไขก็แก้เพียง จุดเดียวก็มีผลกับเอกสารทั้งหมด

CSS กับ HTML / XHTML นั้นทำหน้าที่คนละอย่างกัน โดย HTML / XHTML จะทำหน้าที่ในการวางโครงร่างเอกสารอย่างเป็นรูปแบบ ถูกต้อง เข้าใจง่าย ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงผล ส่วน CSS จะทำหน้าที่ในการตกแต่งเอกสารให้สวยงาม เรียกได้ว่า HTML /XHTML คือส่วน coding ส่วน CSS คือส่วน design

Facebook ช่วยยกระดับธุรกิจขนาดเล็กให้ประสบความสำเร็จ ในยุคโมบายครองเมือง

ทุกคนคงทราบกันเป็นอย่างดีว่า เมื่อธุรกิจขนาดเล็กต่างๆ ประสบความสำเร็จ ชุมชนและผู้คนในชุมชนต่างก็เติบโตไปพร้อมๆ กัน

เราต้องการสร้างชุมชนและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่พวกเขา จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Facebook และ Instagram จึงมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กให้เติบโต จากการที่ผู้คนจำนวนมากหันมาใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ธุรกิจเอสเอ็มอีจำเป็นอย่างมากที่จะต้องวางกลยุทธ์บนมือถือให้มีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน Facebook ถือเป็นโมบายโซลูชั่นสำหรับเพจธุรกิจกว่า 65 ล้านเพจ และโปรไฟล์ธุรกิจบน Instagram กว่า 8 ล้านราย

ด้วยจำนวนผู้ลงโฆษณาอย่างต่อเนื่องบน Facebook มากกว่า 5 ล้านราย เรามุ่งมั่นมอบการใช้งานที่ตอบโจทย์ให้แต่ละธุรกิจอย่างตรงจุด ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม เยี่ยมชมเว็บไซต์ของธุรกิจ ดาวน์โหลดแอพ หรือแม้กระทั่งส่งข้อความได้ทันใจ

เราภาคภูมิใจในชุมชนออนไลน์ของเราที่ได้รวบรวมและให้บริการธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก พร้อมทั้งต้องการให้ธุรกิจเหล่านั้นสามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ด้วยความสามารถของทั้ง Facebook, Instagram และ Messenger ธุรกิจเอสเอ็มอีต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์ได้ในหลากหลายรูปแบบ ดังนี้

ช่วยประหยัดเวลาและดูผลตอบรับของโฆษณาได้ทันที

ด้วยตัวจัดการโฆษณาที่อัพเดทล่าสุด (Ads Manager App) คุณสามารถจัดการโฆษณาของคุณ พร้อมทั้งดูข้อมูลเชิงลึกได้ง่ายดายเพียงไม่กี่คลิก เรายังอัพเดทแอพเพื่อช่วยให้คุณประหยัดเวลาสูงสุดอีกด้วย

คุณสามารถดูผลตอบรับของโฆษณาบนเพจได้แบบเรียลไทม์ หรือดูภาพรวมการเปรียบเทียบผลตอบรับของโฆษณาในสัปดาห์นี้กับสัปดาห์ก่อนหน้าได้ในคราวเดียว และระบบโดยรวมที่ได้รับการพัฒนาจะช่วยให้คุณสลับการใช้งานระหว่างบัญชีผู้ใช้และเพจธุรกิจได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ คุณสามารถเลือกแสดงผลโฆษณาได้สูงสุด 5 ชิ้น พร้อมกับเปรียบเทียบผลตอบรับของโฆษณาแบบชิ้นต่อชิ้น

เรายังมุ่งมั่นช่วยเหลือธุรกิจในการยกระดับโฆษณาของพวกเขาให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ตัวจัดการโฆษณาจะแนะนำกลยุทธ์ที่เหมาะสม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโฆษณา ซึ่งสามารถเลือกได้ง่ายๆ เพียงคลิกเดียว เช่น เราจะแจ้งเตือนคุณ เมื่อโฆษณาที่ได้รับความนิยม (เมื่อเทียบกับโฆษณาที่ใกล้เคียงกันชิ้นอื่นๆ ของคุณ) กำลังจะจบลง และมอบทางเลือกให้คุณสามารถคลิกเลือกต่อระยะเวลาโฆษณาได้อีกหนึ่ง, สาม หรือเจ็ดวัน

คุณจะได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับความสนใจที่เกี่ยวข้อง ที่ให้คุณสามารถเพิ่มในกลุ่มเป้าหมาย เพื่อช่วยต่อยอดประสิทธิภาพของโฆษณาที่กำลังเล่นอยู่ให้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับตัวเลือกเพื่อเพิ่มความสนใจที่ทาง Facebook แนะนำไปยังเกณฑ์กำหนดกลุ่มเป้าหมายของคุณที่สามารถทำได้เพียงแค่คลิกเดียว เรายังจะแจ้งเตือนเกี่ยวกับโฆษณาที่ได้รับผลตอบรับดีที่เพิ่งสิ้นสุดลง และนำเสนอตัวเลือกให้คุณสามารถเล่นโฆษณานั้นซ้ำอีกครั้งได้

สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ

ความคิดสร้างสรรค์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากสำหรับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน และไม่ว่าไอเดียจะยิ่งใหญ่เพียงใด ก็สามารถโลดแล่นอยู่ในมือถือของคุณได้ โมบายได้เปิดพื้นที่สำหรับการแข่งขันทางความคิดสร้างสรรค์ ให้บรรดาธุรกิจสามารถนำเสนอผลงานครีเอทีฟที่เทียบชั้นระดับโลกให้แก่ผู้คนทั่วโลกได้ ทั้งนี้ ธุรกิจขนาดเล็กต่างๆ กล่าวว่าพวกเขาต้องการวิธีการใหม่ๆ ในการสร้างคอนเทนต์บน Facebook และ Instagram อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และประหยัดค่าใช้จ่าย   จึงเป็นเหตุผลที่เราสร้างโมบายสตูดิโอขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ที่แสดงให้ธุรกิจต่างๆ เห็นว่าการจัดทำโฆษณาที่ดี โดยอาศัยเพียงโทรศัพท์มือถือนั้นทำได้ง่ายเพียงใด

ธุรกิจทั้งหลายสามารถยกระดับความคิดสร้างสรรค์บนชิ้นงานของพวกเขา และที่สำคัญที่สุดคือพัฒนาประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาด้วยแอพพลิเคชั่นและเครื่องมือต่างๆ บนมือถือ ด้วยการเปิดตัวโมบายสตูดิโอ คุณจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เหล่านี้ภายในไม่กี่นาที ห้ามพลาดเคล็ดลับที่สำคัญมากมาย ที่จะช่วยสร้างสีสันให้ธุรกิจของคุณ โดยไม่ต้องเสียเวลา พลังงาน และทรัพยากรมากจนเกินไป

เสริมทักษะด้วยความเชี่ยวชาญใหม่ๆ

หลักสูตรอีเลิร์นนิ่งมากมายบน Blueprint ให้คุณได้ศึกษาเทคนิคและแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการโฆษณาบนแอพและบริการของ Facebook ทั้งหมด ในแบบที่ต้องการตามจังหวะของคุณเอง

แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์นี้ เปิดให้บริการใน 10 ภาษา โดยปัจจุบันมีผู้ใช้เข้าร่วมหลักสูตรของ Blueprint แล้วกว่า 1 ล้านราย โดยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมเป็นธุรกิจขนาดเล็ก

หลักสูตรที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ศัพท์ที่มักใช้งานบน Facebook (Facebook Terminology) เทคนิคการทดสอบแบบ A/B Testing ไปจนถึงเทคนิคและแนวทางปฏิบัติของแคมเปญที่ประสบความสำเร็จ โดยเราได้เพิ่มหลักสูตรการเรียนรู้ใหม่ๆ ทุกเดือน และยังพบว่ามีผู้เข้าร่วมศึกษาหลักสูตรอีเลิร์นนิ่งถึง 2.5 ล้านครั้ง จาก 150 ประเทศทั่วโลก โดย 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมหลักสูตรเป็นเจ้าของหรือพนักงานในธุรกิจเอสเอ็มอี

สื่อสารกับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

การตอบสนองลูกค้าคนสำคัญของคุณอย่างทันท่วงที เป็นกุญแจที่ช่วยส่งมอบการบริการลูกค้าอันดีเยี่ยม แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะต้องรับมือกับปริมาณข้อความที่ลูกค้าส่งเข้ามาอย่างมากมายตลอดเวลา เมื่อพฤศจิกายน 2559 เราได้เปิดตัวกล่องข้อความเดียวที่เชื่อมการสื่อสารในทุกแพลตฟอร์มเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Messenger หรือ Instagram ซึ่งอยู่ในตัวจัดการเพจของคุณ (Pages Manager App) ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราขยายความสามารถดังกล่าวสู่การใช้งานบนหน้าเดสก์ท็อปด้วย

ค้นหาลูกค้ารายใหม่ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน

เราทำให้การจัดการแคมเปญระดับโลกเป็นไปได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใด พร้อมทั้งยังมีโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อช่วยเหลือธุรกิจต่างๆ ให้เชื่อมต่อกับลูกค้ารายใหม่ได้ ดังนี้

  • ฟีเจอร์กลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันระดับโลก (International Lookalikes)ช่วยให้ธุรกิจค้นหาลูกค้าใหม่ในต่างประเทศ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับลูกค้าชั้นดีที่มีอยู่ในปัจจุบัน
  • การกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบทั่วโลก หรือระดับภูมิภาค (Worldwide/Global Region targeting) สามารถช่วยธุรกิจในการสร้างแคมเปญระดับโลก รวมถึงหาคอนเวอร์ชั่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ภาพรวมและข้อมูลเชิงลึกของแต่ละประเทศ (Country Snapshots and Insights Playbook) ช่วยธุรกิจให้สามารถจัดทำแคมเปญที่เฉพาะเจาะจงและตรงใจผู้บริโภคในแต่ละประเทศได้

เรียนรู้จากเจ้าของธุรกิจที่มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน

เราพึ่งพาธุรกิจขนาดเล็กที่ช่วยให้เราเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น ถึงวิธีการขับเคลื่อนและผลักดันให้ธุรกิจต่างๆ เติบโต จึงเป็นที่มาของการเปิดตัวสภาธุรกิจขนาดเล็กบน Facebook (Facebook Small Business Council) วันนี้ เรามีความยินดีที่จะเปิดให้บริการเว็บไซต์ สำหรับสภาธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะ

เว็บไซต์ใหม่ล่าสุดนี้ จะรวบรวมหลากหลายเรื่องราวของความทุ่มเท ความรัก และความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจจากธุรกิจจำนวนกว่า 40 ราย ที่มาจากต่างอุตสาหกรรมและพื้นที่ในการทำธุรกิจ แต่ทว่ามีความเชื่อในแบบเดียวกัน เล็งเห็นถึงความสำคัญในการบริการลูกค้า รวมถึงชุมชนอย่างยั่งยืน

เราได้เปิดให้บริการสภาธุรกิจขนาดเล็กแล้ว ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา อินเดีย บราซิล และเยอรมนี และจะเปิดตัวในประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมภายในปีนี้

สำหรับประเทศไทย GLAZZIQ (กลาซซิค) แบรนด์แว่นตาอีคอมเมิร์ซ ได้มุ่งหวังที่จะสร้างประสบการณ์การเลือกซื้อแว่นตาในรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร โดยการขายแว่นตาคุณภาพเยี่ยมในราคาที่สมเหตุสมผล ผ่านทางเว็บไซต์แบบอินเตอร์แอคทีฟ พร้อมกันนี้ยังให้บริการแบบออฟไลน์ที่ร้านค้าพันธมิตรควบคู่กันด้วย

เพื่อต่อยอดการรับรู้ของแบรนด์ไปอีกขั้น GLAZZIQ ได้จัดทำคอนเทนต์วิดีโอ บอกเล่าถึงประสบการณ์การเลือกซื้อแว่นตาแบบใหม่ อาทิ บริการเลือกแว่นไปลองที่บ้าน ที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกกรอบแว่นตาที่ชอบไปลองใส่ได้ง่ายๆ ที่บ้าน และส่งคืนได้ที่เซเว่นอีเลฟ  เว่นทุกสาขา อีกทั้งยังสามารถรับบริการตรวจวัดสายตาได้ที่ร้านค้าที่ร่วมบริการ ทางแบรนด์ยังใช้เครื่องมือเจาะกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเองบน Facebook เพื่อดึงดูดลูกค้าที่เคยรับชมวิดีโอที่นำเสนอดีไซน์กรอบแว่นตาที่ไม่ซ้ำใคร ให้ลองตัดสินใจซื้ออีกครั้ง GLAZZIQ ยังทำการแท็กสินค้าที่ปรากฏในวิดีโอ ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าไปเลือกชมสินค้าได้ต่อที่ฟีเจอร์ร้านค้าบน Facebook และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางอินบ็อกซ์ ซึ่ง GLAZZIQ สามารถนำพาลูกค้าเหล่านั้นไปยังเว็บไซต์ เพื่อปิดการขายได้ในที่สุด

GLAZZIQ ได้โปรโมทโฆษณาบน Facebook และ Instagram ตลอดปี 2559 ที่ผ่านมา และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง ดังนี้

  • ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ (Acquisition Cost) ได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์
  • เพิ่มยอดขายต่อเดือนได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์
  • เพิ่มจำนวนลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมที่หน้าร้านได้ถึง 10 เท่า
  • เพิ่มจำนวนบริการเลือกแว่นไปลองที่บ้าน (Home Try-On) ได้ 100 เปอร์เซ็นต์

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีก้าวสู่ความสำเร็จของธุรกิจขนาดเล็กในยุคของโมบายสามารถดูได้ที่https://www.facebook.com/business/news/helping-small-businesses-succeed-in-a-mobile-world

การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) ที่ขอรับสิทธิบัตรได้

ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับรูปร่างลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์ ที่แตกต่างไปจากเดิม เช่น การออกแบบแก้วน้ำให้มีรูปร่างเหมือนรองเท้า เป็นต้น ต้องเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรมหรือหัตถกรรม คือเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ ยังไม่มีใช้แพร่หลายในประเทศหรือยังไม่ได้เปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดในเอกสาร หรือสิ่งพิมพ์ก่อนวันขอรับสิทธิบัตร หรือไม่คล้ายกับแบบผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว

การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วยลักษณะ 2 ประการ คือ

ต้องเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่
ต้องเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่ออุตสาหกรรมหรือหัตถกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใหม่

การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้

พ.ร.บ.สิทธิบัตร ไม่ได้ให้คำนิยามไว้โดยตรงว่ากาออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่คืออะไร หรือมีลักษณะอย่างไร เพียงแต่ระบุถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถือว่าเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ไว้ 4 ประเภทดังนี้

1.แบบผลิตภัณฑ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้ว คือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการผลิตผลิตภัณฑ์ หรือ มีการใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์อย่างแพร่หลายอยู่แล้วในประเทศก่อนวันขอรับสิทธิบัตร ตัวอย่างเช่น ผู้ออกแบบได้นำผลิตภัณฑ์นั้นไปผลิตผลิตภัณฑ์และวางขายจำหน่ายก่อนที่จะยื่นขอรับสิทธิบัตร ก็ถือว่าไม่ใช่การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะขอรับสิทธิบัตรได้

2.แบบผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการเปิดเผยภาพ สาระสำคัญ หรือรายละเอียดในเอกสาร หรือ สิ่งพิมพ์ที่ได้เผยแพร่อยู่แล้วไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร ถือว่าไม่เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งนี้ไม่รวมถึงการเปิดเผยต่อสาธารณชนโดยวิธีในลักษณะอื่น เช่น การนำแบบผลิตภัณฑ์ออกแสดงในนิทรรศการ หรือการประชุมการวิชาการ เป็นต้น

3.แบบผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการประกาศโฆษณามาก่อนวันขอรับสิทธิบัตร คือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการยื่นขอรับสิทธิบัตรในประเทศไทย และได้มีการพิมพ์ประกาศโฆษณาแล้วกฎหมายถือว่าไม่ใช่การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่

4.แบบผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกับแบบผลิตภัณฑ์ประเภทที่ (1)-(3) มากจนเห็นได้ว่าเป็นการเลียนแบบ คือแบบผลิตภัณฑ์ที่แม้จะไม่เหมือนกับแบบผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วทุกกประการ แต่มีสาระสำคัญเหมือนหรือคล้ายกันมากให้ถือว่าไม่ใช่การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่หลักเกณฑ์นี้คล้ายกับหลักเกณฑ์ในเรื่องขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งของการประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้

เว็บไซต์ เปรียบเหมือนหน้าบ้าน หน้าร้าน ของธุรกิจ

เว็บไซต์ เปรียบเหมือนหน้าบ้าน หน้าร้าน ของธุรกิจ ในโลกที่การติดต่อสื่อสารไร้พรมแดนแบบไม่มีขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังไหน ก็มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเกือบทุกบ้าน ที่ต้องเอาไว้ทำงาน หรือ เอาไว้สื่อสารกับคนไกล ทำให้โลกเรานั้นแคบลงทุกวัน นอกจากนี้ไม่เพียงแค่คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ที่เมื่อก่อนเป็นเพียงแค่โทรศัพท์ที่คุยกันผ่านเสียงเท่านั้น

เว็บไซต์ เปรียบเหมือนหน้าบ้าน หน้าร้าน ของธุรกิจ คือ?

รับออกแบบพัฒนาเว็บไซต์โดยทีมงานมืออาชีพประสบการณ์ในธุรกิจมากกว่า 10 ปี

ความสามารถที่มากกว่าด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน

ในยุคปัจจุบันไม่เพียงแต่จะใช้สำหรับคุยแล้ว มันยังสามารถติดต่อสื่อสารผ่านตัวอักษร หรือ คุยเห็นหน้าได้อีก โทรศัพท์ในยุคนี้จึงมีชื่อเรียกว่าสมาร์ทโฟนไม่เพียงแค่การติดต่อสื่อสารเท่านั้น ที่เข้ามาทำให้คนในยุคปัจจุบันนั้นเปลี่ยนไป อินเตอร์เน็ตกับเว็บไซต์ก็มีบทบาทเป็นอย่างมากในการเปลี่ยนแปลงมาตลอด ทำให้การค้นหาข้อมูลต่างๆนั้นง่ายขึ้น จะเดินทางไปไหนมาไหน ไม่จำเป็นต้องเปิดแผนที่กระดาษ จะสั่งซื้อสินค้าไม่จำเป็นต้องไปถึงร้านค้า เพียงแค่เลือกผ่านหน้าจอก็สามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ได้ หลายธุรกิจจึงได้มีการพัฒนาองค์กรให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ด้วย หรือ แม้กระทั่งการศึกษาจากเมื่อก่อนที่เราจะต้องไปศึกษาที่สถาบัน ในปัจจุบันเพียงแค่เปิดเว็บไซต์ แล้วค้นหาสิ่งที่เราอยากจะเรียน เราก็สามารถเรียนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องออกไปเผชิญปัญหารถติด กว่าจะถึงที่เรียนก็ขี้เกียจกันพอดี

เว็บไซต์มีความจำเป็นมากในโลกยุคปัจจุบันที่เราอยู่ตอนนี้

เว็บไซต์มีความจำเป็นมากในโลกยุคปัจจุบันที่เราอยู่ตอนนี้ เพราะทุกจังหวัด ทุกบ้าน ทุกคนสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้ทุกที่ และเนื่องจากที่ทุกคนสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่าย จึงทำให้หลายทุกบริษัท ทุกองค์กรหันมาทำเว็บไซต์ โดยเฉพาะธุรกิจการค้าต่างๆ ไม่เพียงแต่จะเป็นบริษัทเท่านั้น พ่อค้า แม่ค้าที่ขายของตามตลาดนัด ก็หันมาสร้างเว็บไซต์ให้กับร้านของตนเอง เพราะเว็บไซต์สามารถเพิ่มยอดขายให้กับร้านได้ เพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์ให้คนที่อยู่ห่างไกลได้รู้จักร้าน เพิ่มโอกาสในการขายมากกว่าขายอยู่ตลาดนัดเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังสามารถขายไปยังต่างประเทศได้อีกด้วย เพราะเว็บไซต์สามารถเชื่อมคนทั้งโลกให้ใกล้ชิดกัน

ทำไมเว็บไซต์ถึงมีความสำคัญต่อพวกเขาเป็นอย่างมาก

ทำไมเว็บไซต์ถึงมีความสำคัญต่อพวกเขาเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่จะเพิ่มโอกาสต่างๆให้กับธุรกิจดังที่กล่าวไปแล้ว ต้นทุนในการทำเว็บไซต์หรือสร้างเว็บไซต์นั้น ราคาไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับ การลงทุนเครื่องจักร การลงทุนโฆษณาทางด้านหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ เป็นต้น และผลตอบรับจากการมีเว็บไซต์นั้นได้ผลเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากเว็บไซต์ที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจแล้ว เว็บไซต์ยังมีความสำคัญสำหรับการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการความรู้นอกตำราเรียนเว็บไซต์ก็เปรียบเหมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีหนังสือ หรือ ข้อมูลให้ค้นคว้าห้ามความรู้ ได้ทุกเรื่อง ถึงแม้ในปัจจุบันเว็บไซต์มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับชีวิตของมนุษย์เรา แต่การนำไปใช้ให้ถูกวิธีนั้น เป็นส่วนน้อยที่จะเข้าใจ โดยเฉพาะเด็กๆ ซึ่งผู้ปกครองจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะบนเว็บไซต์มีทั้งข้อดีและข้อเสียคละๆกันไป

คุณสามารถเป็นเจ้าของเว็บได้ง่ายๆด้วยงบประมาณที่คุณจ่ายได้และใช้เวลาการเรียนรู้น้อยมากในปัจจุบันนี้

หลายคนคงเห็นเว็บไซต์ที่มีหน้าแตกต่างกันไป บางเว็บไซต์ก็ดูสวยงาม บางเว็บไซต์ก็ดูทันสมัย บางเว็บไซต์ก็ดูสบายตา เว็บไซต์เหล่านั้น เป็นเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบและเขียนขึ้นมาจากภาษาคอมพิวเตอร์ โดยที่โปรแกรมเมอร์เป็นผู้พัฒนาให้เกิดขึ้นและนำมาโชว์อยู่บนโลกออนไลน์ได้ ซึ่งการเขียนเว็บไซต์ขึ้นมาหนึ่งเว็บไซต์จะต้องใช้เวลาพอสมควร บางเว็บไซต์อาจจะต้องใช้เวลาถึง 3 เดือนเลยทีเดียว และจำเป็นจะต้องให้โปรแกรมเมอร์เท่านั้นที่สร้างเว็บไซต์ขึ้นมาได้ แต่ในปัจจุบันมีเหล่าโปรแกรมเมอร์ที่ต้องการทำให้เว็บไซต์นั้นสร้างง่ายขึ้นและคนส่วนใหญ่ที่ไม่รู้ภาษาคอมพิวเตอร์ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ขึ้นเองได้โดยที่ไม่ต้องง้อโปรแกรมเมอร์ จึงทำการพัฒนาโค้ดการสร้างเว็บไซต์ออกมาในรูปแบบที่เรียกว่า CMS

Content Management System

Content Management System (CMS)คืออะไร

CMS ย่อมาจาก Content Management System แปลกันตรงตัวก็คือ ระบบจัดการบริหารด้านเนื้อหา หรือจะเรียกว่า เว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูป CMS เป็นระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยบริหารงานด้านเว็บไซต์นั้นเอง โดยการใช้งานนั้นง่ายแสนง่าย แม้ผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านเขียนโปรแกรมก็สามารถนำเจ้า CMS นี้ไปใช้งานได้ ทำให้ใครคิดอยากจะมีเว็บไซต์เป็นของตนเองก็ลองหา CMS มาใช้นะครับ ในส่วนด้านดีของเจ้า CMS ที่พูดถึงแน่นอนเลยว่าการใช้งานง่าย ไม่เพียงแต่จะใช้งานง่ายเท่านั้น มันยังสามารถ ออกแบบดีไซน์หน้าเว็บได้ตามใจที่เราชอบ มีระบบรองรับหลายระบบ เช่น ระบบสมาชิก ระบบตระกร้าสินค้า ระบบด้านเขียนบทความ หรือ blog ฯลฯอีกเพียบ ซึ่งจะต้องศึกษาเอง อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อ SERVER ที่เราใช้อยู่คือ มีขนาดเล็ก และสามารถติดตั้งได้ทุก SERVER อีกด้วย ในส่วนของการติดตั้งหรือการใช้ จะไม่ขอกล่าวในบทความนี้

ส่วนข้อเสียของเจ้า CMS ก็มีอยู่บ้าง เพราะเนื่องจากเป็นภาษาที่พัฒนามาจากโปรแกรมเมอร์ บางอย่างผู้ที่นำไปใช้ หรือผู้ที่เริ่มต้นทำเว็บไซต์เองนั้น อาจจะต้องศึกษาโครงสร้างของ CMS เสียก่อน ว่ามีรูปแบบและวิธีการใช้งานอย่างไร สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้หรือไม่ ถ้าเราไม่สามารถปรับเปลี่ยนอะไรเป็นเลย หรือตกแต่งไม่ได้ รูปร่างหน้าตาเว็บไซต์ที่ได้มาก็เหมือนเว็บไซต์อื่นๆที่มีอยู่บนอินเทอร์เน็ตทั่วๆไปและเว็บไซต์ของเราก็ไม่เป็นที่โดดเด่น ไม่น่าสนใจให้คนเข้ามาเยี่ยมชม

ตัวอย่าง CMS ในปัจจุบันที่นิยม

ตัวอย่าง CMS ในปัจจุบันที่นิยม

ในส่วนของ CMS ที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นมีหลายเจ้าที่ปล่อยออกมาให้ได้ใช้งาน แต่ที่เป็นที่นิยมนั้นก็ได้แก่ Joomla และ WordPress ซึ่งเป็นที่นิยมของโปรแกรมเมอร์และบริษัทรับทำเว็บไซต์ เนื่องจากจะใช้งานง่ายแล้วยังมีปลั๊กอินต่างๆที่สามารถดาวโหลดมาใช้กับ CMS ทั้ง 2 ตัวนี้ได้ ใครที่คิดกำลังทำเว็บไซต์ในด้านต่างๆแล้ว ลองหา CMS มาเรียนรู้ แล้วใช้งานดูนะ แล้วจะรู้ว่าการทำเว็บไซต์นั้นง่ายกว่าที่คุณคิด

ผลกระทบของอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในปัจจุบันต่อผู้คน

ในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาท เป็นอย่างมากในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ การค้าขาย และด้านการตลาด เมื่อมีอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยให้ชีวิตคนเรานั้นง่ายขึ้น เว็บไซต์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การค้นหาข้อมูลง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน การที่ธุรกิจต่างๆมีเว็บไซต์ ก็เปรียบเสมือนเป็นหน้าตาของบริษัทหรือหน้าของร้าน อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า อินเทอร์เน็ตช่วยให้เราค้นหาอะไรได้ง่ายและในปัจจุบันก็มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมาก การเติบโตของเว็บไซต์ก็มีมากขึ้น ถ้าบริษัทใดไม่มีเว็บไซต์ ก็เหมือนไม่ได้โชว์หน้าตาของตัวเองบนโลกออนไลน์และไม่เป็นที่รู้จัก

เนื่องจากผู้คนใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายองค์กรต้องการมีเว็บไซต์เพื่อไปโลดแล่นบนอินเทอร์เน็ต

รับออกแบบพัฒนาเว็บไซต์โดยทีมงานมืออาชีพประสบการณ์ในธุรกิจมากกว่า 10 ปี

เพราะการมีเว็บไซต์มีข้อดีดังต่อไปนี้

เสริมสร้างในศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจได้เพิ่มขึ้น ลองหันมองรอบตัวเราดูสิว่ามีใครคนใดที่ไม่ก้มหน้าก้มตาใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือเว็บไซต์บ้าง เกือบทุกคนรู้จักสิ่งเหล่านี้ดี ทำให้ธุรกิจที่เราทำอยู่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปได้ง่ายการมีเว็บไซต์เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ธุรกิจของเราให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นโดยที่ไม่ต้องไปเป่าประกาศตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ และสามารถเข้าถึงทุกคนได้ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วยเป็นการเพิ่มรายได้ หรือ ยอดขายให้แก่องค์กร จาก life style ของมนุษย์เรานั้นเปลี่ยนไป ทำให้การซื้อสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์มีมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องรอเวลาเปิดปิดของห้างสรรพสินค้าอีกต่อไปช่วยลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาได้ อย่างที่บอกไปแล้วว่าทุกคนใช้อินเทอร์เน็ตเป็น ดังนั้น การสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าในปัจจุบันไม่ต้องพึ่งการตลาดแบบเดิมๆที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก เพียงแค่มีเว็บไซต์ ก็เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างง่ายได้สร้างภาพลักษณ์ ให้กับบริษัท ในปัจจุบันบริษัทที่ไม่มีเว็บไซต์ ก็เปรียบเสมือนร้านค้าไม่มีตัวตน เพราะการที่บริษัทมีเว็บไซต์ขึ้นมาไม่เพียงแต่จะช่วยให้คนรู้จัก ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์อันดีให้แก่องค์กร ได้ เพราะบนเว็บไซต์จะมีข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับบริษัท แผนที ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ทำให้ลูกค้าก็อยากเข้ามาใช้บริการ

การมีเว็บไซต์ อาจจะไม่ตอบสนองให้กับบริษัทได้ทั้งหมด แต่!!!!!!!

การมีเว็บไซต์ อาจจะไม่ตอบสนองให้กับบริษัทได้ทั้งหมด แต่รับรองเลยว่าถ้าองค์กรหรือร้านค้าของคุณที่ยังไม่มีเว็บไซต์ อาจจะทำให้ให้บริษัทของหรือสินค้าของคุณไม่ถูกพูดถึงอย่างแน่นอน และไม่เพียงแต่เว็บไซต์เท่านั้นที่บริษัทจะต้องมี การนำเว็บไซต์เข้ามาทำตลาดออนไลน์เป็นสิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่งที่เมื่อมีเว็บไซต์ขึ้นมาแล้ว เพราะถ้าจะให้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วจะต้องอาศัยผู้มีประสบการณ์ เชี่ยวชาญด้านสิ่งเหล่านี้ให้คำปรึกษาอยู่เสมอ ไม่ยากและไม่ง่ายในการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา ลองปรึกษาจากทีมงาน เรา แล้วคุณจะรู้ว่ามันไม่ยากอย่างที่คุณคิด

Domain name (โดเมน เนม)คือ?

Domain name (โดเมน เนม)คือ?

Domain name (โดเมน เนม) หมายถึงชื่อเว็บไซต์ที่ปรากฏอยู่บน URL  ซึ่งการออกแบบเว็บไซต์หรือการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา จะต้องมีชื่อที่เราจะต้องระบุลงไปในเว็บไซต์ด้วย ซึ่งการตั้งชื่อเว็บไซต์นั้นขึ้นมาหนึ่งชื่อไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะตั้งชื่อย่างไรแล้วเป็นที่จดจำได้อย่างรวดเร็ว มันเป็นเรื่องยากอยู่พอสมควร เพราะการตั้งชื่อเว็บไซต์ จะต้องมีความละเอียดสักนิดนึง เนื่องจากชื่อเว็บไซต์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นการตั้งชื่อเว็บไซต์ เจ้าของควรที่จะไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนนำชื่อนั้นไปจดโดเมน

สำหรับข้อแนะนำในการตั้งชื่อโดเมน ที่ทางเราจะนำเสนอในบทความนี้ มีดังต่อไปนี้

ชื่อเว็บไซต์สำคัญมากในธุรกิจควรเลือกและตั้งชื่ออย่างชัดเจนและเหมาะสมกับธุรกิจบริการของท่าน

โดเมนเนม หรือ ชื่อเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้นจะต้องเป็นชื่อที่สะกดง่าย จำง่าย และไม่ยาวจนเกินไปนอกจากชื่อที่สะกดง่ายแล้ว การตั้งชื่อโดเมนควรมีความยาวไม่เกิน 3 พยางค์ จะทำให้เว็บไซต์นั้นเป็นที่ติดปาก และสามารถเข้าชมได้ง่ายกว่าชื่อที่มีความยาว เช่น com ,sanook.com,kapook.com เป็นต้นนามสกุลของเว็บไซต์ในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย แต่ผู้ที่กำลังจะจัดทำเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่ ในการตั้งชื่อโดเมนควรเลือกใช้นามสกุลที่เป็น .com น่าจะดีกว่า เพราะนามสกุลนี้ได้รับความนิยมมากที่สุด และยังรองรับในการทำ SEO อีกด้วย อีกทั้งผู้ใช้งานเว็บไซต์ยังมีความคุ้นเคยมากกว่านามสกุลอื่นในการตั้งชื่อโดเมน ควรจะตั้งชื่อเป็นภาษา “สากล” ไม่ควรตั้งชื่อเป็นภาษาท้องถิ่น นอกจากจะจำง่ายแล้ว ยังช่วยให้คุ้นตา คุ้นปากอีกด้วยการตั้งชื่อโดเมนควรตั้งชื่อให้อ่านง่าย ออกเสียงง่าย เพื่อจะได้เป็นที่จดจำของผู้ใช้เว็บไซต์ในการตั้งชื่อโดนเมนถ้าไม่จำเป็นไม่ควรใช้ตัวเลขเข้ามาร่วมตั้งชื่อ ให้ใช้เป็นตัวอักษรทั้งหมด แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ตัวเลขที่นำมาใช้ในการตั้งชื่อควรไม่เกิน 2 หลักการออกแบบเว็บไซต์แบบใดก็ตาม ควรจะตั้งชื่อโดเมนให้สอดคล้องกับเว็บไซต์ที่ออกแบบนั้น ทำให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์สามารถรู้ได้ทันทีเลยว่าเว็บไซต์แห่งนี้เกี่ยวข้องกับอะไรในการตั้งชื่อเว็บไซต์หรือโดเมน ถ้าไม่ยากจนเกินความคิด ชื่อโดเมนที่ตั้ง ควรมี Keyword ของเว็บไซต์อยู่ด้วย เช่น สร้างเว็บไซต์เกี่ยวกับท่องเที่ยว ก็ควรมีคำว่า Travel, Tour เป็นต้น

การจดโดเมน

การจดโดเมน

จากหัวข้อที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น การจดโดเมน หรือการตั้งชื่อโดเมน ไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าถ้าตั้งชื่อตามหัวทั้งหมดนี้ออกมาแล้ว เว็บไซต์จะปัง! ทันที เพราะหัวข้อดังกล่าวเป็นพื้นฐานที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณนั้นเข้าถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และเรียกใช้ง่ายเท่านั้น การที่จะทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จัก ไม่เพียงแต่มีเว็บไซต์ที่สวยงามแล้ว ยังมีเรื่องของการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย ฉะนั้นถ้าอยากให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จัก คุณจะต้องโปรโมทกันต่อไป

ออกแบบเว็บไซต์ ให้สวย ดูดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง

หากเรา ออกแบบเว็บไซต์ ให้สวย และดูดี ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง ในยุคปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จักอินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์กันอย่างแน่นอน และหลายคนในชีวิตประจำวันก็จะต้องท่องเน็ตเปิดเว็บไซต์กันตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นหาความรู้จากแหล่งต่างๆ รวมถึงเลือกซื้อสินค้าและบริการ ทำให้หลายคนที่ทำธุรกิจค้าขายและการบริการหันมาเปิดเว็บไซต์กันมากขึ้น แต่สิ่งที่จะดึงดูดผู้คนให้สนใจสินค้าและบริการของคุณได้นั่นหน้าตาเว็บไซต์ก็เป็นสิ่งสำคัญ ขอยกตัวอย่าง เช่น เรื่องต่อไปนี้

  1. มีรูปแบบที่สวยทันยุคทันสมัยไม่ซ้ำแบบใครมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ถึงแม้ว่าคุณจะมีสินค้าและบริการเหมือนคนอื่น แต่เว็บไซต์ของคุณควรดูแตกต่างและเป็นที่จดจำสำหรับผู้พบเห็นได้โดยง่าย จึงจะเป็นอีกช่องทางที่ทำให้สินค้าและบริการของคุณน่าสนใจ
  2. มีสีสันสะดุดตาชวนมอง ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ รูปภาพกราฟฟิค รูปของสินค้าและบริการภายในเว็บไซต์
  3. มีเมนูต่างๆ ให้ค้นหาได้ง่ายรวดเร็วและเข้าใจง่าย เพื่อความสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการหาข้อมูลและค้นหาสินค้าบริการต่างๆ ภายในเว็บไซต์ ความสะดวกก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าหลายคนเลือกใช้บริการและซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ของคุณ

ออกแบบเว็บไซต์ ให้สวย ดูดี มีเอกลักษณ์ น่าจดจำ

โดยทีมงานมืออาชีพประสบการณ์ในธุรกิจมากกว่า 10 ปี

นอกจากนี้สำหรับท่านที่ต้องการทำเว็บไซต์แบบด่วนๆ ไม่ว่าคุณจะประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอะไรก็ตาม เพียงติดต่อเราคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนและคุณยังจะรู้สึกได้เลยว่าการเปิดเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเรามีทีมงานมืออาชีพและมีครีเอทีฟที่เชี่ยวชาญในการออกแบบกันโดยเฉพาะไว้บริการคุณ วันนี้ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังต้องการเพิ่มยอดขายสินค้ามาเปิดเว็บไซต์กับเรากันดีกว่าครับ wichaiyuangkaew.com

เปลี่ยนร้านค้าออนไลน์แบบธรรมดาให้เด่นแตะตาลูกค้าคุณ

เพราะในปัจจุบันหลายคนให้ความสนใจโลกออนไลน์ กิจการร้านค้าออนไลน์ ขายของ สวยสะดุดตา มีเอกลักษณ์ ทำให้ร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าและบริการหันมานิยมใช้ร้านค้าแบบออนไลน์เป็นสื่อในการจำหน่ายสินค้า จึงทำให้ธุรกิจร้านค้าออนไลน์แข่งขันกันมากขึ้นและมีแนวโน้มว่าจะเติบโตต่อไปในอนาคตอย่างมั่นคง

ร้านค้าออนไลน์ ขายของ สวยสะดุดตา ใช้งานง่าย

โดยทีมงานมืออาชีพประสบการณ์ในธุรกิจมากกว่า 10 ปี

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจเปิดร้านค้าออนไลน์แต่มีเวลาไม่มากพอ วันนี้เพียงคุณเลือกใช้บริการกับเราคุณก็จะมีร้านค้าออนไลน์ที่มีรูปแบบที่สวยเด่นสะดุดตาดูน่าสนใจทั้งสีสันและรูปภาพแบบกราฟฟิคที่ทันสมัย ซึ่งจะมีผลทำให้คุณสามารถจำหน่ายสินค้าได้ตรงตามเป้าหมาย และร้านค้าที่มีรูปแบบที่น่าสนใจยังเป็นร้านที่ดูน่าเชื่อถือสามารถกระตุ้นยอดขายให้คุณได้เป็นอย่างดี เพราะเรามีทีมงานที่เชื่อถือได้และมีประสบการณ์ในเรื่องร้านค้าออนไลน์กันโดยเฉพาะ อยากค้าขายดีและจำหน่ายสินค้าได้ยอดตรงเป้าในแบบที่ต้องการอย่ารอช้ากันนะครับ ^^